บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
TH

คำถามที่พบบ่อย


ขั้นตอนการเปิดบัญชี เริ่มต้นใช้งาน การเข้าสู่ระบบ เริ่มต้นซื้อขาย การตั้งค่าบัญชี โปรแกรมซื้อขาย Mobile Trading Krungsri Securities iFUND Settrade Streaming Stock Expert eFin Trade Plus efin StockPickUp Krungsri Securities SBL Realtime การซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ วิธีปฏิบัติเมื่อโปรแกรมซื้อขายขัดข้อง วิธีการฝากเงิน/หลักประกัน วิธีการฝากเงินผ่านระบบ ATS วิธีการฝากเงินผ่าน Online Direct Debit วิธีการฝากเงินผ่าน QR Payment แจ้งฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารของ บล. กรุงศรี วิธีการโอนเงินระหว่างบัญชี Bill payment ผ่าน krungsri app Bill payment ผ่านธนาคารอื่นๆ เลขบัญชีชำระค่าหุ้นและค่าธรรมเนียม วิธีการถอนเงิน/หลักประกัน วิธีการสมัคร ATS วิธีการแจ้งผลการสมัคร ATS วิธีการโอนหุ้น ค่าธรรมเนียมต่างๆ อัตราดอกเบี้ย เครดิตบาลานซ์ การขายชอร์ต เกี่ยวกับเงินปันผล ข้อมูลการซื้อ/ขาย วิธีการคำนวณต่างๆ การทบทวนข้อมูล KYC/Suitability Test

ข้อมูลการซื้อ/ขาย การเพิ่มวงเงิน การโอนหุ้น วิธีการคำนวณต่างๆ

ขั้นตอนการแก้ไขคำสั่งซื้อขายผ่านโปรแกรม Streaming

โปรแกรม Streaming
 
1. หากท่านมีรายการซื้อ/ขาย รายการซื้อขายของท่านจะปรากฏในส่วนขจง Order Status ด้านล่างหน้าจอ

2. คลิก link Change หรือ Detail ที่รายการที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลง (สามารถแก้ไข ราคา, จำนวน, NVDR และ Publish Volume)
หน้าจอโปรแกรม Streaming พร้อม Order Status


แอพพลิเคชั่น Streaming บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
1. หากท่านมีรายการซื้อ/ขาย รายการซื้อขายของท่านจะปรากฏในส่วนขจงเมนู Portfolio เลือกแถบเมนู Order

2. คลิกรายการที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลง จะปรากฏ ปุ่ม Change ด้านล่าง (สามารถแก้ไข ราคา และ จำนวน)

หน้าจอ Order บนแอพพลิเคชั่น Streaming หน้าจอ Change order บนแอพพลิเคชั่น Streaming



หมายเหตุ :

     - สามารถแก้ไขรายการได้ระหว่างเวลา 8.00 น. - Call Market ในวันที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการ

     - สามารถเปลี่ยนแปลงรายการที่รอจับคู่ได้เท่านั้น รายการที่ยกเลิกไปแล้ว หรือ รายการที่จับคู่ไปหมดแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ (ยกเว้น การแก้ไข หุ้น NVDR)

     - หากมีการแก้ไขโดยลดแต่ปริมาณหุ้นลง และราคาไม่เปลี่ยนแปลง ท่านจะไม่เสียคิวในการรอจับคู่ซื้อขาย

วิธีการคำนวณต้นทุนหุ้น

“การซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นในตอนตั้งต้นระบบในตอนเช้าจะนำค่าต้นทุนที่ได้จากการคำนวณด้วยวิธี FIFO
แสดงในค่า Average Cost และในระหว่างวันจะหากมีการซื้อขายจะใช้วิธีการคำนวณต้นทุนและกำไรขาดทุน
โดยใช้วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Cost) และแสดงในค่า Average Price”

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนหุ้น โดยใช้วิธี FIFO และ วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยไม่รวม commission และ vat มีดังนี้

วันที่ 1 ซื้อหุ้น ABCD จำนวน 200 หุ้น ที่ราคา 10 บาท= 2,000
  ซื้อหุ้น ABCD จำนวน 300 หุ้น ที่ราคา 20 บาท= 6,000
  ขายหุ้น ABCD จำนวน 100 หุ้น ที่ราคา 10 บาท

วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก :วิธีถัวเฉลี่ยต้นทุนของการได้มาถ่วงน้ำหนักด้วยจำนวนหน่วยที่ได้มาในแต่ละครั้ง

Order ต้นทุนในพอร์ต วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
ต้นทุนขาย มูลค่าคงเหลือ ต้นทุนใหม่ในพอร์ต กำไร/ขาดทุน
ซื้อ 200 @10 บาท (2,000)/200=10        
ซื้อ 300 @20 บาท (2,000+6,000)/500=16        
ขาย 100 @10 บาท   16*100=1,600 8,000-1,600 =6,400 6,400/400=16 (10-16) *100=-600


วิธี FIFO : หุ้นที่ซื้อเข้ามาก่อนจะถูกขายออกไปก่อน

Order ต้นทุนในพอร์ต วิธี FIFO (แสดงต้นทุนในพอร์ตต้นวันเท่านั้น)
ต้นทุนขาย มูลค่าคงเหลือ ต้นทุนใหม่ในพอร์ต กำไร/ขาดทุน
ซื้อ 200
@10 บาท
(2,000)/200=10        
ซื้อ 300
@20 บาท
(2,000+6,000)/500=16        
ขาย 100
@10 บาท
  10*100
=1,000
(100*10+(300*20)
=7,000
7,000/400=17.5

สรุป จะเห็นว่าการคำนวณวิธี FIFO ใน order ที่ 3 นั้น ราคาทุนหุ้นที่ขายไปจะใช้ราคาของ Order แรกที่ซื้อเข้ามาคือ
ที่ราคา 10 บาท ไม่ใช่ 16 บาทซึ่งเป็นต้นทุนก่อนขาย

วิธีคำนวณคอมมิชชั่นและภาษีมูลค่าเพิ่ม

Case 1: ซื้อหุ้น ABCD 2,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 30 บาท ส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตนเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ค่าคอมมิชชั่น 0.15%
มูลค่าซื้อขาย 30*2,000 = 60,000 บาท
ค่าคอมมิชชั่น 60,000 X 0.15% = 90 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) 90 X 7 % = 6.30 บาท
ค่าคอมมิชชั่นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 90 + 6.30 = 96.30 บาท
ดังนั้นมูลค่าซื้อขายรวมคอมมิชชั่นและภาษีมูลค่าเพิ่ม 60,000+96.30 = 60,096.30
 
Case 2: ซื้อหุ้น ABCD 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 30 บาท ส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตนเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ค่าคอมมิชชั่น 0.15%
มูลค่าซื้อขาย 30*1,000 = 30,000 บาท
ค่าคอมมิชชั่น 30,000 X 0.15% = 45 บาท
***เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นไม่ถึง 50 บาท บริษัทฯ จะคิดค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำเท่ากับ 50 บาท***
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) 50 X 7 % = 3.50 บาท
ค่าคอมมิชชั่นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 50 + 3.50 = 53.50 บาท
ดังนั้นมูลค่าซื้อขายรวมคอมมิชชั่นและภาษีมูลค่าเพิ่ม 30,000+53.50 = 30,053.50

*** หากในวันที่ท่านมีการซื้อขายและมีค่าคอมมิชชั่นไม่ถึง 50 บาท บริษัทฯจะเก็บค่าคอมมิชชั่นเท่ากับ 50 บาท หากมากกว่า 50 บาท บริษัทจะคิดค่าคอมมิชชั่นตามปกติ
 
Case 3: ซื้อหุ้น ABCD 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 30 บาท ส่งคำสั่งซื้อผ่านเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาการลงทุน
ค่าคอมมิชชั่น 0.25%
มูลค่าซื้อขาย = 30*1,000 = 30,000 บาท
ค่าคอมมิชชั่น 30,000 X 0.25% = 75 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) 75 X 7 % = 5.25 บาท
ค่าคอมมิชชั่นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 75 + 5.25 = 80.25 บาท
ดังนั้นมูลค่าซื้อขายรวมคอมมิชชั่นและภาษีมูลค่าเพิ่ม 30,000+80.25 = 30,080.25
 

หมายเหตุ: อัตราดังกล่าวข้างต้นไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (Trading Fee: 0.005%), ค่าธรรมเนียมการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing Fee: 0.001%) และค่าธรรมเนียมการกํากับดูแล (Regulatory Fee: 0.0010%)

ทำไมบัญชี Cash Account ต้องวางเงินหลักประกัน 20%

ตลาดหลักทรัพย์ กำหนดให้เพิ่มอัตราการวางหลักประกันเป็น 20% ของวงเงินที่จะซื้อหลักทรัพย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของระบบชำระราคาและอุตสาหกรรมโดยรวม และสร้างความมั่นคงให้ระบบการซื้อขายมากขึ้น
เช่น วงเงิน 100,000 บาท จะต้องฝากเงินเป็นหลักประกัน 20,000 บาท

การส่งคำสั่งซื้อขายของวันรุ่งขึ้น ( Overnight Order) สามารถตั้งได้หรือไม่ ?

ลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตสามารถส่งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 16.45 น. เป็นต้นไป

เมื่อส่งคำสั่งซื้อขายเข้าระบบและสถานะของคำสั่งแสดงผลเป็น Rejected คำสั่งซื้อขายนั้นถูกส่งเข้าระบบหรือไม่ ?

คำสั่งของท่านไม่ถูกส่งเข้าระบบ และ Rejected Code นั้นๆท่านสามารถตรวจสอบได้ที่ หน้าจอ Streaming Pro ในเมนู setting ที่หัวข้อ Reject Code